สารพัดเรื่องของ “โยเกิร์ต” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
โยเกิร์ตมีประโยชน์หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการป้องกันโรคกระดูกพรุนไปจนถึงแก้อาการลำไส้แปรปรวนและช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหาร แต่นั่นมันก็ขึ้นอยู่กับประเภทของโยเกิร์ตที่เราทานเข้าไปด้วย
การใส่น้ำตาลและกระบวนการผลิตอาจทำให้โยเกิร์ตบางชนิดไม่ดีต่อสุขภาพร่างกาย โยเกิร์ตถูกทำมาจากนมสดและครีม มักเริ่มต้นด้วยขั้นตอนการพาสเจอร์ไรส์ตามด้วยการหมักโดยใช้แบคทีเรียและบ่มด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสมแก่การเติบโตของแบคทีเรีย
การหมักแลคโทสและน้ำตาลธรรมชาติในนม ทำให้เกิดกรดแลคติกทำให้โยเกิร์ตมีรสชาติเฉพาะของมัน
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับโยเกิร์ต
- โยเกิร์ตถูกผลิตขึ้นโดยนำนมไปหมักกับเชื้อจุลินทรีย์โยเกิร์ต
- โยเกิร์ตช่วยให้กระดูกมีสุขภาพดีและส่งเสริมการย่อยอาหาร
- ในโยเกิร์ตบางชนิดอาจจะมีโพรไบโอติกส์ ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ดีช่วยให้ลำไส้มีสุขภาพดี
- ผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตที่ผานกระบวนการใช้ความร้อนจะไม่มีแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตอยู่ ทำให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพน้อยลง
- ในโยเกิร์ตมีแคลเซียม , วิตามิน B6 , B12 , B2 , โพแทสเซียมและแมกนีเซียม ซึ่งจะมีมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับประเภทของโยเกิร์ต

สารอาหาร
โยเกิร์ตมีหลายประเภทและจะให้สารอาหารในระดับที่แตกต่างกันไป
โพรไบโอติกในโยเกิร์ต
ในโยเกิร์ตบางชนิดมีการใส่โพรไบโอติกเข้าไปด้วย ซึ่งโพรไบโอติกคือแบคทีเรียชนิดที่ช่วยในการควมคุมระบบการย่อย , ช่วยลดแก๊ส , ลดอาการท้องเสียท้องผูก และอาการท้องบวม
มีบางงานวิจัยที่พบว่าโพรไบโอติกช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน , ช่วยในการควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง และยังอาจช่วยส่งเสริมการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุ
โดยปกติแล้วแบคทีเรียที่ใช้ในการหมักนมมักนิยมใช้ “แล็คโตแบซิลลัส บัลการิคัส และ สเตรปโตค็อกคัส เทอร์โมฟิลัส” แต่ก็มีหลายยี่ห้อที่เติมแบคทีเรียชนิดอื่นลงไปด้วย
ยิ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตขึ้นมาใหม่ก็จะยิ่งอุดมไปด้วยแบคทีเรียมากขึ้นเท่านั้น การวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยโทรอนโทพบว่า โพรไบโอติกแต่ละชนิดจะมีประโยชน์ที่ต่างกันไป ยี่ห้อไหนมีโพไบโอติกก็จะมีประโยชน์มากกว่า
แคลเซียม
ผลิตภัณฑ์จากนมเป็นแหล่งรวมแคลเซียมชั้นดีเมื่อดูจากความสามารถในการดูดซึม แคลเซียมมีความสำคัญในการพัฒนาของกระดูกและฟัน , การแข็งตัวของเลือด , การรักษาแผล , และการรักษาระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ
อาหารที่มีแคลเซียมสูงจะดีมากเมื่อมีการรับประทานควบคู่กับอาหารที่มีวิตามิน D เพราะมันจะช่วยให้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้นนั่นเอง
ในโยเกิร์ตแต่ละยี่ห้อจะมีปริมาณวิตามิน B6 , B12 , B2 , โพแทสเซียมและแมกนีเซียม ที่แตกต่างกันไป
แล้วโยเกิร์ตจะดีกับเราในตอนไหนกันล่ะ?
การทานโยเกิร์ตมันจะเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและประเภทของโยเกิร์ต ในโยเกิร์ตอุดมไปด้วยโปรตีน , แคลเซียม , วิตามิน , จุลินทรีย์และโพรไบโอติก ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งสามารถช่วยปกป้องกระดูกกับฟันและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับระบบย่อย
โยเกิร์ตไขมันต่ำจะเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก ส่วนโพรไบโอติกก็จะช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน
ในปี ค.ศ.2014 มีการวิจัยพบว่าการทานโยเกิร์ตอาจช่วยในการป้องกันโรคเบาหวานประเภทที่สองได้ ในขณะที่ผลิตภัณฑ์จากนมชนิดอื่นไม่มีความสามารถนี้ และมีนักวิทยาศาสตร์บางคนที่บอกว่ามันช่วยป้องกันเด็กและสตรีมีครรภ์จากภาวะพิษจากโลหะหนักอีกด้วย
โยเกิร์ตยังเป็นแหล่งสารอาหารสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ
โยเกิร์ตที่ไม่ได้ทำจากนมยังเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติและผู้ที่มีอาการแพ้ผลิตภัณฑ์จากนม
นอกจากนี้โยเกิร์ตยังมีแลคโทสน้อยกว่านมเพราะถูกใช้ไปในกระบวนการหมัก

โยเกิร์ตไม่ดีกับเราในตอนไหน?
ไม่ใช่โยเกิร์ตทุกชนิดหรอกที่ดีต่อสุขภาพ ต้องเป็นประเภทไม่ใส่น้ำตาลหรือใส่อย่างอื่นที่กินแล้วมีอาการเสพติดถึงจะมีประโยชน์ ส่วนพวกที่ใส่น้ำตาลและใส่อย่างอื่นมาด้วยอาจจะไม่มีประโยชน์
โยเกิร์ตแบบธรรมชาติอาจจะมีแคลอรี่ต่ำ , อุดมไปด้วยสารอาหารและโปรตีน
แต่ก็มีผู้ผลิตจำนวนมาที่ใส่น้ำตาลเข้ามาด้วย จึงมีคำแนะนำว่าให้อ่านฉลากและเลือกซื้อแบบที่มีน้ำตาลไม่เกิน 15 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ยิ่งมีน้ำตาลน้อยยิ่งดี ส่วนอาหารชนิดอื่นเช่นซีเรียลที่เคลมว่าทำจากโยเกิร์ตมันก็แค่มีการใส่ผงโยเกิร์ตเข้าไปนิดหน่อยเท่านั้น
ประเภทของโยเกิร์ต
- แบบ Low fat หรือแบบไม่มีไขมัน
โยเกิร์ตแบบ Low-fat ถูกผลิตโดยใช้นมเพียง 2% ส่วนแบบไม่มีไขมันหรือ Non-fat จะมีการใช้นมเพียง 0%
- คีเฟอร์ (Kefir)
คีเฟอร์เป็นโยเกิร์ตเหลวสำหรับดื่มมีโพรไบโอติกและสามารถทำได้ง่ายๆที่บ้านด้วยการใส่ นมบัวหิมะธิเบต (Kefir grains) และปล่อยเอาไว้ 12-24 ชั่วโมง
- กรีกโยเกิร์ต (Greek yogurt)
จะมีเนื้อข้นและเป็นครีม สามารถทนต่อความร้อนได้ดีกว่าโยเกิร์ตทั่วไปและมักถูกใช้ในการทำอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน มีโปรตีนมากกว่าโยเกิร์ตทั่วไป แต่ก็มีแคลเซียมน้อยกว่าเช่นกัน
- Frozen yogurt
จะเป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพเอาไว้รับประทานทานไอศกรีม แต่ก็มีอยู่หลายยี่ห้อที่ใส่น้ำตาลเข้าไปเยอะพอกันกับไอศกรีม อ้างอิงข้อมูลจากสมาคมโยเกิร์ตแห่งชาติ พบว่าโยเกิร์ตชนิดนี้ไม่ค่อยมีจุลินทรีย์เหลือรอดอยู่
- โยเกิร์ตแบบไม่ใส่นม
ก็จะเป็นโยเกิร์มนมถั่วเหลืองหรือโยเกิร์ตนมมะพร้าว

อาการแพ้น้ำตาลแล็กโทส (lactose intolerance)
โยเกิร์ตมีแล็กโทสต่ำดังนั้นคนที่มีอาการแพ้น้ำตาลแล็กโทส (lactose intolerance) อาจจะมีความทนต่อการทานโยเกิร์ตมากกว่านม ดังนั้นใครที่เคยมีอาหารรู้สึกไม่สบาย , ท้องบวมหรือมีแก๊สหลังดื่มนม อาจจะทานโยเกิร์ตได้โดยไม่มีอาการเหล่านี้
เราอาจจะลองทานเข้าไปสัก ¼ ของถ้วยก่อน เพื่อดูว่าจะร่างกายจะตอบสนองอย่างไรซึ่งวิธีการนี้มีไว้สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้น้ำตาลแล็กโทส ไม่ใช่ผู้ที่มีอาการแพ้นม
คนที่มีอาการแพ้น้ำตาลแล็กโทสมักจะขาดแคลเซียม และการทานโยเกิร์ตก็ช่วยได้ ส่วนคนที่มีอาการแพ้นมจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการทานโยเกิร์ต
เคล็ดลับการทานโยเกิร์ต
จากนี้ไปคือเคล็ดลับสำหรับการทานโยเกิร์ตกับอาหารสุขภาพที่อุดมไปด้วยสารอาหาร
- ให้เริ่มจากการใช้โยเกิร์ตเปล่าไม่ใส่น้ำตาล นำไปทานควบคู่กันกับผลไม้ , ซอสแอปเปิ้ลแบบไม่หวาน , หรือเมเปิ้ลไซรัปและน้ำผึ้งในปริมาณน้อย
- ให้หลีกเลี่ยงโยเกิร์ตที่ใส่ผลไม้หรือของหวานมาให้ เพราะมีการเติมน้ำตาลเพิ่มเข้าไปด้วย
- เวลาอบอาหารให้ใช้โยเกิร์ตแทนเนยหรือน้ำมันได้
- ใช้กรีกโยเกิร์ตแทนครีมในการทาหน้ามันฝรั่งอบหรือทาโก้
- โยเกิร์ตที่ดีต่อสุขภาพจะต้องมีปริมาณโปรตีน (จำนวนกรัม) มากกว่าจำนวนน้ำตาล
บทสรุปส่งท้าย
มีผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อที่ยังไม่ถูกนำไปวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าพลีไบโอติกแต่ละชนิดทำอะไรต่อร่างกายบ้าง ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการเลือกซื้อโยเกิร์ตที่มีน้ำตาลและสารเติมแต่งต่ำมารับประทาน
ที่มา : https://bit.ly/3bZxbgC
เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน
🏃 ♂ bit.ly/VRUNGROUP
.
#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Sports #Running
#Cycling #Triathlon #Swimming