7 สาเหตุและวิธีการลดไขมันหน้าท้อง
มีหลายเหตุผลที่ทำให้ผู้คนมีการสะสมไขมันหน้าท้องมากขึ้น เช่น การทานอาหารที่ไม่ดี , ขาดการออกกำลังกาย , และความเครียด ดังนั้นการเปลี่ยนอาหาร , ออกกำลังกาย , การลดความเครียดและการเปลี่ยนรูปแบบไลฟ์สไตล์จะช่วยให้ทุกคนสามารถลดไขมันหน้าท้องได้
ไขมันหน้าท้องจะแบ่งออกเป็นสองประเภท ดังนี้
- Visceral – ไขมันที่เกาะอยู่รอบอวัยวะภายใน
- Subcutaneous – ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนัง
ไขมันที่เกาะอยู่ตามอวัยวะภายในจะมีอันตรายมากกว่าและเราสามารถลดไขมันพวกนี้ได้ด้วยการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และอาหาร
ทำไมไขมันหน้าท้องถึงอันตราย
การมีน้ำหนักมากเกินไปคือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ และการมีไขมันหน้าท้องจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคดังนี้คือ : โรคหัวใจ , กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน , ความดันสูง , หัวใจวาย , เบาหวานประเภทที่สอง , โรคหอบหืด , มะเร็งเต้านม , มะเร็งลำไส้ , โรคอัลไซเมอร์และอาการสมองเสื่อม

สาเหตุที่ทำให้เกิดการสะสมไขมันหน้าท้อง
1. การทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง
- อาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น เค้กและลูกกวาด รวมไปถึงเครื่องดื่ม เช่น น้ำอัดลมและน้ำผลไม้ สามารถทำให้เรามีน้ำหนักเกิน , ทำให้อัตราการเผาผลาญช้าลง , ลดความสามารถในการเผาผลาญไขมัน
- การได้รับโปรตีนน้อย แต่ได้รับคาร์โบไฮเดรตสูงก็ส่งผลต่อน้ำหนักตัวเช่นกัน โปรตีนจะช่วยให้เราอิ่มนานมากขึ้น และคนที่ไม่ได้ทานลีนโปรตีนก็มักจะทานอาหารมากขึ้น
- ไขมันทรานส์สามารถทำให้เกิดอาการอักเสบและทำให้เกิดโรคอ้วน ไขมันทรานส์มีอยู่ในอาหารหลายชนิด เช่น ฟาสต์ฟู้ด และในขนมอบ เช่น มัฟฟิน และแครกเกอร์ สมาคมโรคหัวใจของอเมริกาแนะนำให้เปลี่ยนจากการรับประทานไขมันทรานส์ไปเป็นธัญพืช , ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว , ไขมันไม่อิ่มตัว การอ่านฉลากก่อนซื้ออาหารจะช่วยให้เรารู้ได้ว่าในอาหารมีไขมันทรานส์หรือไม่
2. การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น โรคตับและอาการอักเสบ ในปี ค.ศ.2015 มีรายงานเกี่ยวการดื่มแอลกอฮอล์และโรคอ้วน ในวารสาร Current Obesity Reports ระบุว่าการดื่มมากเกินไปจะทำให้ผู้ชายมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากไขมันหน้าท้อง ส่วนผลการวิจัยในผู้หญิงนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด
3. ขาดการออกกำลังกาย
หากว่าเราได้รับแคลอรี่มากกว่าที่ร่างกายสามารถเผาผลาญได้มันก็จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น การมีไลฟ์สไตล์ของคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายจะทำให้ลดไขมันหน้าท้องได้ยากมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณหน้าท้อง
4. ความเครียด
ฮอร์โมนคอร์ติซอลมีหน้าที่ควบคุมและจัดการความเครียด ซึ่งมันจะถูกหลั่งออกมาเมื่อเราอยู่ภายใต้สถานการณ์กดดันและฮอร์โมนตัวนี้จะส่งผลต่อระบบเผาผลาญพลังงาน
คนหลายคนจะหาอะไรทานเพื่อจัดการกับความเครียด และคอร์ติซอลก็เป็นสาเหตุทำให้มีการสะสมไขมันหน้าท้องเพื่อใช้เป็นพลังงานสะสมมากขึ้นด้วย
5. พันธุกรรม
มีหลักฐานว่าพันธุกรรมก็อาจเป็นตัวกำหนดว่าเราจะอ้วนหรือไม่อ้วนด้วย นักวิทยาศาสตร์จะส่งผลต่อพฤติกรรม , ระบบเผาผลาญ , และความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับความอ้วน นอกจากนี้สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมก็มีบทบาทต่อการเป็นโรคอ้วนเช่นกัน
6. การนอนหลับไม่เพียงพอ
ผลการวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Journal of Clinical Sleep Medicine พบความเชื่อมโยงของการมีน้ำหนักเพิ่มกับการนอนน้อย ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดโรคอ้วนได้ การมีคุณภาพในการนอนหลับและช่วงเวลานอนหลับที่น้อย มีส่วนในการพัฒนาของไขมันหน้าท้อง การนอนไม่พออาจนำไปสู่พฤติกรรมการกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น การทานอาหารตามอารมณ์เป็นต้น
7. การสูบบุหรี่
นักวิจัยอาจไม่ได้เชื่อมโยงการสูบบุหรี่เข้ากับการเกิดไขมันหน้าท้องโดยตรง แต่พวกเขาเชื่อว่ามันทำให้เกิดความเสี่ยงสูง การวิจัยในปี ค.ศ.2012 พบว่าถึงแม้ว่าโรคอ้วนจะเหมือนกันทั้งในกลุ่มคนที่สูบบุหรี่และไม่ได้สูบบุหรี่ แต่คนที่สูบบุหรี่จะมีไขมันหน้าท้องมากกว่า
วิธีการลดไขมันหน้าท้อง

1. การเปลี่ยนอาหาร
การทานอาหารสุขภาพและมีความสมดุลสามารถช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย ทุกคนควรหลีกเลี่ยง น้ำตาล , อาหารไขมันสูง , คาร์โบไฮเดรตขัดสี ซึ่งมีสารอาหารต่ำ และหันไปรับประทานผักผลไม้ , ลีนโปรตีน , คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน
2. ลดการดื่มแอลกอฮอล์
คนที่กำลังพยายามลดไขมันหน้าท้องควรที่จะมีการควบคุมปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะในเครื่องดื่มพวกนี้มักจะมีการใส่น้ำตาลเพิ่มเข้าไปด้วยจนทำให้เรามีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
3. ออกกำลังกายให้มากขึ้น
คนที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายจะมีปัญหาทางสุขภาพรุนแรงหลายอย่าง , รวมไปถึงการมีน้ำหนักเพิ่ม , คนที่กำลังพยายามลดน้ำหนักควรมีการออกกำลังกายในแต่ละวันที่มากพอ
การออกกำลังกายแบบแอโรบิคควบคู่กับการฝึก Strength training สามารถช่วยในการลดไขมันหน้าท้องได้ การออกกำลังกายจะได้ผลที่สุดเมื่อมีการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอและ HIIT กับคู่กับการยกเวทหรือการออกกำลังกายที่มีแรงต้าน
4. โดนแสงแดดให้มากขึ้น
ข้อมูลที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร International Journal of Environmental Research and Public Health เมื่อปี ค.ศ.2016 ระบุว่า การที่สัตว์ออกไปโดนแสงแดดจะช่วยลดการเพิ่มน้ำหนักตัวและความผิดปกติของระบบเผาผลาญพลังงาน แต่ในปัจจุบันนี้ยังมีการวิจัยกับมนุษย์น้อยมาก ยังคงต้องมีการวิจัยต่อไป
5. การลดความเครียด
ความเครียดสามารถทำให้น้ำหนักของเราเพิ่มขึ้นได้ เพราะว่าฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ถูกหลั่งออกมาจะส่งผลต่อระดับความอยากอาหารของเรา ดังนั้นจึงเราควรลดความเครียดด้วยการฝึกสติและนั่งสมาธิ หรือการฝึกโยคะ เป็นต้น
6. ปรับปรุงรูปแบบการนอนหลับ
การนอนหลับจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม และการพักผ่อนน้อยเกินไปจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม การนอนหลับจะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อน , รักษาตัวและฟื้นตัว แต่ก็สามารถส่งผลต่อน้ำหนักตัวได้เหมือนกัน การนอนหลับให้เพียงพอจึงสำคัญต่อคนที่กำลังพยายามลดน้ำหนัก
7. การเลิกสูบบุหรี่
การสูบบุหรี่เป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เรามีไขมันหน้าท้องเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายแรงอื่นๆ การเลิกสูบบุหรี่จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการมีไขมันส่วนเกินและช่วยทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น
ที่มา : https://bit.ly/3dXaV8I
เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน
bit.ly/VRUNGROUP
.
#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Sports #Running
#Cycling #Triathlon #Swimming