เตือนนักวิ่งต้องระวัง! โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) ภัยเงียบที่มากับหน้าร้อน
หลังจากต้อง Stay at Home กันมาพักใหญ่ ช่วงนี้เริ่มมีหลายคนออกมาวิ่งท้าแดดกันบ้างแล้ว การวิ่งออกกำลังกายช่วงหน้าร้อนมีสิ่งหนึ่งที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากเลยก็คือ การเกิดภาวะ “Heat Stroke” อย่างกะทันหัน หรือที่ใครๆ มักเรียกกันว่าโรคลมแดดนั่นเอง
หากใครเคยได้ยินข่าวหรือเคยฟังเรื่องเล่าแชร์ประสบการณ์จากเพื่อนนักวิ่งด้วยกันจะเห็นได้ว่า มีนักวิ่งจำนวนไม่น้อยเลยที่เคยประสบภาวะฮีทสโตรกระหว่างการวิ่งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด และสิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า โรคฮีทสโตรก ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่กลับเป็นเรื่องใกล้ตัวที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

แพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ Lior Yankelson, MD, Ph.D. กล่าวว่า “Heat Stroke สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายในทุกสภาพอากาศ และเกิดขึ้นได้กับนักวิ่งทุกประเภท โดยมักจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหันแบบที่ไม่ทันได้คาดคิดมาก่อน”
โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) ที่เกิดกับนักวิ่งเกิดจากการที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงมากและไม่สามารถปรับลดอุณหภูมิได้ทัน ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิขึ้นสูง อย่างเช่น อากาศภายนอกที่ร้อนจัด , การดื่มน้ำน้อยไม่เพียงพอกับที่ร่างกายสูญเสียไป เป็นต้น โดยเมื่อเริ่มมีอาการจะรู้สึกอ่อนแรง ปวดหัวเวียนหัว ตัวร้อน หายใจเร็ว ชีพจรเต้นเร็ว คลื่นไส้ (อาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วยในผู้ป่วยบางราย) นอกจากนี้นักวิ่งบางคนที่มีอาการจะไม่พบว่ามีเหงื่อออกตามร่างกายด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่สังเกตได้ค่อนข้างยาก เพราะหากกำลังอยู่ในระหว่างการแข่งขันวิ่งมาราธอนก็อาจมีละอองน้ำจากสเปรย์ฉีดพ่นตามสถานีพักต่างๆ ติดอยู่บนร่างกายของผู้ป่วยได้ และอาการที่รุนแรงที่สุดก็คือหมดสติ

ภาวะ Heat Stroke จะเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิร่างกายของนักวิ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นจังหวะที่ร่างกายขาดน้ำและมีการออกแรงมาก ทำให้ร่างกายสูญเสียความสามารถในการรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสม โดยจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์โดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นอาจเป็นอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
แม้ว่า Heat Stroke จะเป็นโรคที่อันตราย แต่เราสามารถป้องกันได้ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้
1. อย่าออกกำลังกายหนักเกินไปในวันที่อากาศร้อน
2. รู้ข้อจำกัดของร่างกายตัวเอง และฟังเสียงของร่างกายอยู่เสมอ ไม่ไหวอย่าฝืน
3. ก่อนการวิ่งควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และในระหว่างวิ่งก็ควรจิบน้ำบ่อยๆด้วย แม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม
4. สวมใส่เสื้อผ้าสีสว่าง บางเบา ระบายอากาศได้ดี ใส่หมวก และสวมแว่นกันแดด
5. เมื่อรู้สึกว่าร่างกายเริ่มร้อน ให้ใช้วิธีราดน้ำเหนือศรีษะเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกาย

6. หลีกเลี่ยงการวิ่งบนพื้นผิวที่เป็นคอนกรีตในวันที่อากาศร้อนจัด ให้เปลี่ยนไปวิ่งในสถานที่ที่มีร่มไม้เยอะๆ
7. หลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่มีผลในการลดปริมาณน้ำในร่างกายก่อนการแข่งขันหรือก่อนวิ่งในวันที่อากาศร้อนจัด
8. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนวิ่ง
9. หากมีอาการเจ็บป่วยก่อนถึงกำหนดวันแข่งขัน เช่น มีไข้ ก็ให้งดหรือเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน เพราะร่างกายจะมีความไวต่อความร้อนได้ง่าย หรือกรณีที่พึ่งหายป่วยได้ไม่นาน ก็ยังไม่ควรออกมาวิ่งในวันที่อากาศร้อน
10. ให้สลับไปใช้วิธีออกกำลังกายในร่มอย่างอื่นในวันที่อากาศร้อนจัด เช่น ว่ายน้ำ เข้ายิมเข้าฟิตเนส
(บทความแนะนำ : เคล็ดลับสำหรับการวิ่งในช่วงฤดูร้อน)
สำคัญ
เมื่อดูแลตัวเองแล้ว ก็อย่าลืมสอดส่องเพื่อนนักวิ่งรอบข้างด้วย หากพบเจอผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่ายภาวะ Heat Stroke ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือแจ้งไปที่สายด่วนฉุกเฉิน โทร. 1669
ที่มา :
https://www.moph.go.th/index.php/news/read/1262
https://runnerclick.com/heat-stroke-and-running-what-you-need-to-know/
https://www.huffpost.com/entry/runners-heat-stroke_n_5658446
https://www.runnersworld.com/health-injuries/a20803277/is-heat-stroke-or-cardiac-arrest-a-greater-threat-to-runners/
เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน
🏃 ♂ bit.ly/VRUNGROUP
.
#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Sports #Running
#Cycling #Triathlon #Swimming